ตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ หาความเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบ
ศูนย์ : ศูนย์หัวใจ
บทความโดย : นพ. ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการสะสมของคราบหินปูนไปเกาะเส้นเลือดแดงจนอาจเกิดการอุดตันส่งผลให้หลอดเลือดตีบ ทำให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้น้อยลงหรือไม่เพียงพอ ซึ่งไม่มีใครรู้ได้เลยว่า คราบหินปูนเหล่านี้จะเริ่มก่อตัวขึ้นภายในหลอดเลือดของเราเมื่อใด กว่าจะรู้ส่วนใหญ่มีอาการโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่ชัดเจน หรือยิ่งไปกว่านั้นก็อาจพบหลังประสบภาวะหัวใจวายไปแล้ว การตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium score) จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เรารู้ทัน และเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
สารบัญ
- คราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจอันตรายแค่ไหน
- ตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium score)
- ใครบ้างที่ควรตรวจคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ?
- การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจ
- ขั้นตอนการตรวจคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ
- จะรู้ได้อย่างไรว่ามีคราบหินปูนที่หลอดเลือดหัวใจ
- หากค่าหินปูนหลอดเลือดหัวใจสูง ควรรักษาอย่างไร
- ข้อดีของการตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ
- ข้อจำกัด - ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการตรวจวิธีนี้?
- ตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ ศูนย์หัวใจ รพ.นครธน
- คำถามที่พบบ่อยตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (FAQ)
- ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไม่เสียค่าใช้จ่าย
คราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจอันตรายแค่ไหน
คราบหินปูนเกิดจากการที่หลอดเลือดของเราอักเสบและร่างกายเกิดกระบวนการฟื้นฟูตัวเอง โดยการดึงแคมเซียมมาสะสมบริเวณที่ฟื้นฟูจนเกิดเป็นคราบแข็งทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ และทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดที่แย่ลงตามมา ทำให้เกิดอาการเจ็บหัวใจ เหนื่อยง่ายหรือแม้แต่ใจสั่นก็ได้ ถ้าในกรณีที่รุนแรงมากที่สุด ถึงขั้นเกิดอาการเส้นเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน ซึ่งอาการเส้นเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน มักจะไม่มีอาการเตือนเลย คนไข้อาจจะมีอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน หมดสติ ถึงขั้นเสียชีวิตได้
ตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium score)
การตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium Score) เป็นการตรวจปริมาณแคลเซียมที่ผนังของหลอดเลือดหัวใจ โดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan) และคำนวณหาปริมาณแคลเซียมที่ผนังหลอดเลือดแดง ภาพที่ได้จากการตรวจจะคมชัด เนื่องจากเครื่องมือที่มีความเร็วในการจับภาพสูงมาก สามารถจับภาพขณะที่หัวใจเต้นได้ดี และสามารถบอกถึงปริมาณหินปูนที่สะสมบริเวณหลอดเลือดหัวใจ แม้จะมีปริมาณน้อย เพื่อใช้บ่งบอกแนวโน้มถึงโอกาสในการที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจว่ามีมากน้อยเพียงใด ก่อนที่จะมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลันซึ่งมีโอกาสเสียชีวิตสูง
ใครบ้างที่ควรตรวจคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ?
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ทั้งชายและหญิง
- ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
- ผู้ที่มีความเสี่ยงระดับปานกลางของการเกิดโรคหัวใจ เช่น โรคเบาหวาน โรคไต ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง โรคอ้วน
- ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง
- ผู้ที่สูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่เป็นประจำ
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจ
- ผู้รับบริการไม่ต้องงดอาหารหรือเครื่องดื่มก่อนรับการตรวจ
- หลีกเลี่ยงยาที่จะกระตุ้นหัวใจให้ชีพจรเร็วขึ้น
- งดชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ
- งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนตรวจ
- เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดคลุมของโรงพยาบาล
- ถอดเครื่องประดับต่างๆ รอบคอ หรือแผ่นต่างๆ ที่ติดบริเวณหน้าอกออก
ขั้นตอนการตรวจคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ
จะทำการติดขั้วไฟฟ้าบนหน้าอกของคนไข้เพื่อบันทึกการทำงานของหัวใจ จากนั้นจะให้คนไข้ไปนอนที่เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ประมาณ 10-15 นาที ระหว่างการตรวจอาจมีการให้กลั้นหายใจนิ่งๆ ประมาณ 5-10 วินาที จากนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะนำภาพไปประมวลผล และคำนวณออกมาเป็นแต้ม Calcium Score
จะรู้ได้อย่างไรว่ามีคราบหินปูนที่หลอดเลือดหัวใจ
การแปลผลปริมาณหินปูนมีความสัมพันธ์กับโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน โดยใช้การแปลผลจากคะแนน ดังนี้
- ผลการตรวจ CT Calcium Score ได้ค่า 0 หมายความว่า ไม่มีคราบหินปูนที่หลอดเลือดแดงหัวใจ
- ผลการตรวจ Calcium Score 1-100 หมายถึง มีคราบหินปูนที่หลอดเลือดแดงหัวใจน้อย โอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจต่ำ
- ผลการตรวจ Calcium Score 101-400 หมายถึง มีคราบหินปูนที่หลอดเลือดแดงหัวใจปานกลาง มีความเสี่ยงปานกลางถึงสูงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
- ผลการตรวจ Calcium Score ได้ค่าตั้งแต่ 401 ขึ้นไป อาจมีภาวะหลอดเลือดตีบแอบแฝงอยู่ มีความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบสูงมาก อาจเกิดภายในระยะเวลา 2-5 ปี แม้ว่าจะมีอาการหรือไม่ก็ตาม
หากค่าหินปูนหลอดเลือดหัวใจสูง ควรรักษาอย่างไร
หากพบความผิดปกติของ Calcium Score อาจจะต้องมีการตรวจต่อเนื่อง เช่น การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ฉีดสารทึบแสง เพื่อที่จะบอกเรื่องของหลอดเลือดหัวใจต่างๆ ว่ามีการตีบไหม ตีบตรงไหน ตีบเท่าไหร่ ตีบเส้นไหนบ้าง ในการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ฉีดสี ก็จะบอกได้หมดเลยว่ามีเส้นเลือดตีบตรงไหนบ้าง หรืออาจจะเข้าไปในห้องทำหัตถการใส่สายเข้าไปที่หัวใจ แล้วฉีดสีดู เพื่อที่จะทำการบอลลูนต่อได้เลย
ข้อดีของการตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ
การตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ มีข้อดีดังนี้
- ไม่ต้องออกกำลัง เพียงนอนเฉยๆ ผ่านเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)
- ใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที
- ไม่ต้องฉีดสีสวนหัวใจ ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องให้น้ำเกลือ
- ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
- ตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan) ซึ่งผู้ตรวจได้รับรังสีในปริมาณน้อยมาก
- หลังจากการตรวจสามารถกลับบ้านได้เลยและทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ได้ตามปกติ
ข้อจำกัด - ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการตรวจวิธีนี้?
แม้การตรวจจะมีประโยชน์ แต่ไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะบุคคลกลุ่มนี้ ได้แก่
- ผู้ที่เคยใส่ขดลวดหัวใจ (Stent) หรือผ่าตัดบายพาส เนื่องจากโลหะและรอยแผลจากการผ่าตัดอาจรบกวนภาพ ทำให้ประเมินผลได้ไม่แม่นยำ โดยแพทย์อาจเลือกวิธีตรวจอื่นแทน
- ผู้ที่กลัวที่แคบอย่างมาก แม้เครื่อง CT จะมีอุโมงค์ที่กว้างและสั้นขึ้น แต่บางรายอาจยังรู้สึกอึดอัด
- ผู้ที่นอนราบหรือกลั้นหายใจช่วงสั้น ๆ ไม่ได้ ระหว่างการตรวจจะต้องนอนนิ่งและกลั้นหายใจประมาณ 5-10 วินาที หากมีอาการหอบเหนื่อยรุนแรง ไอมาก หรือน้ำท่วมปอด อาจทำให้ภาพไม่ชัดและผลตรวจคลาดเคลื่อนได้
ตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ ศูนย์หัวใจ รพ.นครธน
ผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับการตรวจได้แม้ไม่มีอาการ ใช้เวลาตรวจประมาณ 10–15 นาที และไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี รู้ผลได้รวดเร็ว เพราะโรคหลอดเลือดหัวใจอาจใกล้ตัวกว่าที่คิด ศูนย์หัวใจ ชั้น 1 โรงพยาบาลนครธน พร้อมให้บริการตรวจประเมินความเสี่ยงด้วยเทคโนโลยีตามมาตรฐาน พร้อมดูแลอย่างครบวงจร ตั้งแต่การประเมิน วินิจฉัย รักษา และติดตามผล โดยทีมแพทย์และบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้คำแนะนำและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตเป็นสำคัญ
คำถามที่พบบ่อยตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (FAQ)
1:การตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium Score) คืออะไร?
ตอบ: เป็นการตรวจปริมาณแคลเซียมที่สะสมบริเวณผนังหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan) เพื่อประเมินแนวโน้มและความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
2:ใครบ้างที่ควรตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ?
ตอบ: เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน รวมถึงผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน โรคไต ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง โรคอ้วน มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง และผู้ที่สูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่เป็นประจำ
3:การตรวจต้องเตรียมตัวอย่างไร และใช้เวลานานหรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไปใช้เวลาตรวจประมาณ 10–15 นาที ระหว่างตรวจจะติดขั้วไฟฟ้าที่หน้าอกและอาจต้องกลั้นหายใจประมาณ 5–10 วินาที ทั้งนี้ควรงดชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนตรวจ
นอกจากการตรวจเช็คสุขภาพหัวใจและการเพื่อดูระดับไขมันและน้ำตาลในเลือดแล้ว การตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เพื่อให้ทราบว่ามีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจมากขนาดไหน โดยที่ไม่ต้องรอให้เกิดอาการ เพราะหากตรวจพบได้เร็ว แพทย์จึงสามารถใช้เป็นข้อมูลวิเคราะห์ และประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วย เพื่อตัดสินใจให้การรักษาอย่างเหมาะสม
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์หัวใจ
